หนีหนาว หลบฝน แช่น้ำตก
issue 5 January 2015

หนีหนาว หลบฝน แช่น้ำตก

            ล้อหมุนรับปีใหม่ พิกัด Gps ตั้งไว้ที่ N.11.62531  E.99.61508 มุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง  มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอบางสะพาน  อำเภอทับสะแก และอำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในส่วนที่แคบที่สุดของประเทศ ซึ่งได้รวมจุดเด่นรอบๆ วนอุทยานน้ำตกห้วยยางผนวกเข้าด้วยกัน ซึ่งได้แก่ น้ำตกที่สวยงามหลายแห่ง ตลอดจนมีสัตว์ป่านานาชนิด เป็นอุทยานแห่งชาติที่พร้อมด้วยป่าเขา น้ำตก ชายหาด มีเนื้อที่ประมาณ 100,625 ไร่ หรือ 161 ตารางกิโลเมตร

            อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางประกอบด้วยเทือกเขาสูงติดต่อกัน มีพื้นที่อยู่บนเทือกเขาตะนาวศรี ส่วนใหญ่จะเป็นเนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 100-1,200 เมตร โดยมียอดเขาหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำที่เกิดจากสันเขากั้นเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศสหภาพพม่า ได้แก่ คลองอ่างทอง คลองแก่ง คลองทับสะแก คลองจะกระ คลองไข่เน่า คลองตาเกล็ด คลองห้วยยาง คลองห้วยมา และคลองหินจวง ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทราย และหินเป็นหินแกรนิตและหินลูกรัง ส่วนด้านทิศตะวันออกติดกับพื้นที่ราบและชายทะเลอ่าวไทย

        เรามาถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางก่อนเที่ยงไม่มากนัก และสิ่งแรกที่เราพร้อมใจกันทำโดยไม่ต้องนัดหมายคือ ก้าวเท้ายาวๆตรงดิ่งไปยังร้านอาหารสวัสดิการของทางอุทยานฯ พร้อมสั่งอาหารที่ปรุงได้เร็วที่สุดเท่าที่แม่ครัวจะทำได้  ไม่เกิน ๒๐ นาที ข้าวหมูทอดกระเทียม ไข่ดาวร้อนๆ ๗ จาน มารออยู่ตรงหน้า พร้อมด้วยแกงจืดสาหร่ายร้อนๆ ให้ซดแก้หนาว  อาหารพร้อมสำหรับความหิวโหย ๑๐ นาทีผ่านไป......เรียบ

      อิ่มท้องเราเข้าไปติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานเพื่อหาพื้นที่กางเต้นท์ ตั้งใจจะนอนนับดาวสักคืนก่อนเดินทางต่อไป เมื่อได้ที่ทางกางเต้นท์เราแยกย้ายกันขนสัมภาระลงจากรถ  ก่อนที่จะเตรียมตัวออกไปตะลุยน้ำตกกัน   ครั้งนี้เป็นการเดินทางรับปีใหม่เราตกลงกันว่าจะไม่ทำการบ้านเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว เอาแค่อยากไปที่ไหนแล้วกำหนดเป้าหมายก็ไปเลย ไม่ศึกษา  ไม่หาข้อมูล ไม่เตรียมเสบียง  เอาแค่ของใช้จำเป็นและเครื่องนอนพอ 

                                                                                                               อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยางมีอะไร

            เพราะไม่มีข้อมูล แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดคือเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เราเลยล้อมวง ๗ รุมหนึ่ง (ดีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้ชายร่างใหญ่ ไม่งั้นเราอาจโดนตั้งข้อหาลวนลาม) เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่หมดแรงตอบคำถามก็ได้เวลาสะพายกล้องย่ำเท้าขึ้นน้ำตกกัน

           น้ำตกห้วยยางมีทั้งหมด ๙ ชั้น แต่ทางอุทยานเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าได้เพียง ๕ ชั้น ด้วยเหตุผลเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว โดยทั้ง ๕ ชั้น อยู่ไม่ห่างกันนัก ประกอบไปด้วย

           น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๑ เป็นลักษณะของฝายกั้นน้ำมากกว่าน้ำตก อาจใช้เพื่อประโยชน์ในการชะลอน้ำในยามน้ำหลาก หรือสร้างเพื่อความสวยงาม เรื่องนี้เราไม่ได้สอบถามทางเจ้าหน้าที่ ได้แต่คาดเดากันเอง แต่ถึงจะเป็นฝายกั้นน้ำก็ทำได้สวยงาม เข้ากับความเป็นธรรมชาติได้ดี  เราเก็บภาพฝายน้ำตกกันอยู่พักใหญ่ก่อนจะเคลื่อนพลเดินอย่างเนิบช้าขึ้นไปหาน้ำตกจุดที่ ๒ 

                                                                            น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๑

                                                                                    น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๑

       น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๒  มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ เหมาะสำหรับเด็กน้อย ที่พ่อ แม่ พาลูกๆมาเที่ยวเล่นน้ำ ตรงจุดนี้รับรองความปลอดภัย หากไม่นอนราบไปกับพื้นทรายรับรองไม่จมน้ำ เพราะความลึกอยู่เลยตาตุ่มมาหน่อยเดียวเอง   เราหยุดชมน้ำตกชั้นนี้ไม่นานก็ออกเดินต่อไปยังน้ำตกชั้นที่ ๓ 

                                                                                                                                                                                     น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๒

                                                                                                                                                                                     น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๒

        น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๓ หายไป!!!!!!!  เดินตามทางอยู่ดีๆ มาโผล่ชั้นที่ ๔ ได้ไง หรือเราเดินข้ามเถาวัลย์ ที่มีความเชื่อว่าหากข้ามเถาวัลย์ในป่าจะทำให้หลงทาง หรือ อาจข้ามมิติได้  ก่อนจะมีมือปริศนามาปะทะกะโหลกเรียกสติกลับมา ....“นู้น..ชั้น ๓ อยู่ด้านล่างต่อจากสายน้ำที่ไหลลงไปจากชั้นที่ ๔”  เสียงจากฝ่ามือปริศนาเฉลยข้อกังวล 

                                                                                                                         น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๔

                                                                                    น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๔

                                                                                                                                      น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๔

        น้ำตกชั้นที่ ๔ จัดเป็นจุดที่สวยมากจุดหนึ่ง และสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างสบายสำหรับคนที่ว่ายน้ำเป็น  เพราะจุดนี้น้ำค่อนข้างลึก ไม่รอช้าวางกระเป๋ากล้อง  สัมภาระ  ถอดรองเท้า  ถอดกางเกง  ถอดเสื้อ.... “ตูม.....ตูม.....” เจ็ดชีวิตแหวกธาราสบายอารมณ์ ภายใต้อุณหภูมิ ๒๐ องศาต้นๆ เอาตัวเองมาอยู่ในน้ำยังรู้สึกอุ่นกว่าตอนเดินขึ้นมาเสียอีก หลังแช่น้ำจนเป็นที่พอใจ  เราก็ทยอยขึ้นจากน้ำมายืนสั่นสะท้านลมหนาว รอตัวหมาดๆ คว้ากล้อง เดินเลียบทางลาดลงไปตามสายน้ำตกเพื่อชมความงามของน้ำตกชั้นที่ ๓  น้ำตกชั้นนี้ไม่ต่างจากชั้นที่ ๑ เป็นลักษณะคล้ายน้ำไหลมาจากสันเขื่อน ที่สร้างกักน้ำตกจากชั้นที่ ๔ ไว้  ก่อนไหลลงสู่สายน้ำด้านล่าง ภาพที่มองจากด้านล่างของน้ำตกชั้นที่ ๓ ขึ้นไปดูสวยดี ตัดกับท้องฟ้าสีเข้มของวันนี้ ถือว่าโชคดีมากที่ได้เห็นความงามเช่นนี้    

                                                                          น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๓

        ตัวแห้ง เก็บภาพเรียบร้อย ก็ถึงกระบวนการสวมและสวมทุกอย่างที่ถอดไว้ก่อนเดินไปน้ำตกชั้นต่อไป ระหว่างทางของน้ำตกชั้นที่ ๔ และชั้นที่ ๕ เป็นลานหินขนาดกว้าง มองภาพไปยังทิศตะวันออกเห็นทิวทัศน์ของป่าเขาสวยงามมาก หากรอพระอาทิตย์ตกคงได้ภาพที่สวยน่าดู 

        ในที่สุดก็มาถึงน้ำตกชั้นที่ ๕ น้ำตกชั้นนี้ดูลุยนิดหน่อย มีลักษณะของช่องแคบที่เกิดจากการบีบตัวของผาหินที่ไม่สูงมากนักทั้งสองข้าง มีสายน้ำตกไหลผ่านตรงกลาง ก่อนพุ่งตัวลงสู่แอ่งน้ำด้านล่าง บริเวณนี้จะเป็นลานหินเสียส่วนใหญ่ และมีก้อนหินขนาดใหญ่ให้เราปีนเพื่อขึ้นไปเก็บภาพมุมสูง ด้านบนเป็นลานหินสามารถยืนได้สบาย ๔-๕ คน แต่ทุกคนในกลุ่มเราที่ปีนขึ้นไปไม่ยืน เลยมีพื้นที่มากพอสำหรับ ๗ คน เรานอนหน้าสู้ฟ้า ชมความงามของกลุ่มเมฆ ที่ธรรมชาติจัดสรรเป็นงานศิลปะชั้นเลิศให้เราชม  คงเป็นเพราะการเดินทางแต่เช้าตรู่จากหาดใหญ่ เมื่อได้อยู่ในแนวราบและหลังแตะหินไม่เกิน ๑๐ นาที จึงมีเสียงกรนเบาๆ ลอยออกมาจากใครสักคนในกลุ่มเรา          ลมหนาวพัดเบาๆ บนเตียงหิน ท่ามกลางเสียงขับกล่อมของสายน้ำตกและใบไม้ที่พัดไหว มีฉากหน้าเป็นศิลปะจากท้องฟ้า อะไรจะงดงามและสุนทรีย์ได้ถึงเพียงนี้ ระยะทางกว่า ๗๐๐ กิโลเมตรที่ดั้นด้นมาแสนคุ้มเหลือเกิน     

                                                                                                                         น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๕

                                                                                                                                       น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๕

        หลับไหลไปหนึ่งตื่นสั้นๆ เพราะถูกเสียงโวยวายปลุกมาจากด้านล่าง... “ปลาตอดๆ....” พวกเราหลายคนตื่นแล้ว และลงไปที่น้ำตกเล่นกับกลุ่มปลาพวงที่มีมากเอาการ เอาเท้าไปแช่น้ำให้ปลามาตอดเล่น เสียแต่เป็นปลาพวงเวลาตอดทีเลยเจ็บกว่าปลาเล็กปลาน้อยตอด “ระวังปลาพวงจะตอดพวงเอานะ” เสียงตะโกนสวนลงไปจากเตียงหิน ทำให้เสียงหัวเราะดังแข่งกับเสียงสายน้ำตก    

                                                                                                                       น้ำตกห้วยยางชั้นที่ ๕

หวันมุ้งมิ้งก็กลับรัง*

            หน้าหนาวพระอาทิตย์กลับบ้านเร็วกว่าปกติ  ยังไม่ถึงหกโมงเย็นเลยหวันมุ้งมิ้งเร็วจริง ยิ่งอยู่ภายใต้การโอบกอดของผืนป่าความมืดยิ่งมาเยือนได้ไวกว่าปกติ เราแบกกล้องหันหลังโบกมือลาปลาพวง สายน้ำตกและศิลปินจากฟากฟ้า ด้วยความรักที่มีต่อธรรมชาติที่สร้างความงดงามให้ได้สัมผัส  จังหวะการเดินยังเนิบช้าเช่นเดิมไม่เร่งรีบด้วยระยะทางจากน้ำตกชั้นที่๕ ไม่ไกลมากกับที่ทำการอุทยาน ใช้เวลาเดินไม่เกิน๔๐ นาทีก็ถึงหากไม่หยุดแวะ 

            และแล้วก็ต้องมีเหตุให้หยุดแวะ  เพราะเจ้าโต๊ะหินมอส กี่ปีกันนะกว่าที่เจ้ามอสเหล่านี้จะปกคลุมโต๊ะหินทั้งชุดให้เป็นอาณาจักรแห่งมอสได้สวยงามจนไม่กล้าสัมผัส ได้แค่เพียงเก็บภาพที่สวยงามนี้ไว้และยืนมองรายละเอียดที่สวยงามกลับไปเป็นความทรงจำเท่านั้น

            ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ๑๘:๓๐น. แสงฟ้าหมด มีเพียงท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มๆลอยโดยเด่นเป็นเพื่อน ขับความเด่นของดาวเหนือขึ้นมาไรๆ ดีที่เราสั่งอาหารมื้อค่ำไว้แล้ว จึงไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องอาหาร เจ้าหน้าที่ใจดีจัดหาน้ำชา กาแฟ และขนมมาต้อนรับแขกอย่างเรา

            น่าเสียดายที่เรายังไม่ได้ขึ้นไปยังผาชมทะเล ระยะทางเพียง ๓๐๐ เมตร สำหรับการป่ายปีนชายหนุ่มอย่างเราทำได้สบายๆ เพราะความเพลินกับธรรมชาติ วันนี้เลยขึ้นผาชมทะเลไปส่งแสงสุดท้ายของวันไม่ทัน และจุดที่น่าสนใจของที่นี่อีกอย่างหากมีเรี่ยวแรงและเวลา ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำขึ้นยอดเขาหลวง ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง ใช้เวลาเดินราวๆ ๗ กิโลเมตร หากไม่ติดขัดเรื่องเวลาขึ้นไปนอนนับดาวบนยอดเขาสักคืนสองคืน คงจะดีไม่น้อย 

      แน่นอนที่สุดเราจะต้องพิชิตยอดเขาหลวงแห่งห้วยยางให้จงได้..ขนาดยอดเขาหลวงนครศรีธรรมราชเรายังป่ายปีนมาแล้ว นี่ก็ยอดเขาหลวงเช่นกัน มีหรือที่เราจะปล่อยให้เธอเหงาอย่างเดียวดายได้ไง...ต้องไปเยี่ยมยามคารวะกันสักครั้งหนึ่งว่าไหม....เจอกันนะยอดเขาหลวงแห่งห้วยยาง.

-----------------------------------------------------------------------------------------------

หวันมุ่งมิ้ง*  เป็นคำใต้ หมายถึง  (ออกเสียงเป็น หมุ่งหมิ่ง) (ว.) โพล้เพล้   เวลาที่ดวงอาทิตย์กำลังจะตกดิน  หรืออยู่ในช่วงเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน  ซึ่งยังมีแสงสว่างอยู่บ้างแต่มอง

                   อะไรไม่ชัด   โดยปกติ จะใช้คำนี้คู่กับ ตะวัน - หวัน เป็น หวันมุ้งมิ้ง (ออกเสียงสำเนียงใต้เป็น  วั่น หมุ่งหมิ่ง ) ในความหมาย   ตะวันโพล้เพล้

 

เรื่อง : นายณัช   บ้านใต้

ภาพ : Iyalaka

map